ลูกหนี้เมาส์ กระจาย หน้าซีบอกซ์ คุยกันสดๆ เลย ขอรับ

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ร้องธปท.หย่าศึกทวงหนี้

ศูนย์ฯ ลูกหนี้แห่งชาติ  ร้องธปท. เชิญเจ้าหนี้แบงก์- นันแบงก์ร่วมแก้ไขหนี้ทั้งวงจร
นาง กัลยาณี รุทระกาญจน์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานลูกหนี้แห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ศูนย์ฯ ได้ประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อร่วมประชุมและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ โดยขอให้ธปท.เชิญเจ้าหนี้ทั้งธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) เข้าประชุมด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบปัญหาสถาบันการเงินขายบัญชีลูกหนี้ให้กับบริษัทติดตาม ทวงหนี้ไปแล้วในราคาประมาณ 15-20% ของมูลหนี้ ซึ่งพบว่าการเข้าไปเจรจากับบริษัทที่รับซื้อหนี้นั้น ทำให้การแก้ไขหนี้ทำได้ยากมากขึ้น
นางกัลยาณี กล่าวว่า การแก้ไขหนี้ภาคประชาชนจะต้องแก้ไขทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ และให้ครอบคลุมหนี้ของสมาชิกใน ครอบครัว รวมถึงภาระหนี้ค้ำประกันด้วย หากรัฐบาลแก้ไขหนี้นอกระบบมาอยู่ในระบบ ขณะที่ลูกหนี้ที่เป็นหนี้ในระบบและติดบัญชีดำของเครดิตบูโร รวมทั้งไม่มีความสามารถใช้หนี้ ในที่สุดก็ดิ้นไม่หลุดก็ต้องไปหาหนี้นอกระบบอีก
หลักการปรับโครงสร้างหนี้จะต้องปรับหนี้ตามความสามารถของลูกหนี้ ที่แท้จริง ยกตัวอย่าง ลูกหนี้รายหนึ่งมีหนี้บัตรเครดิต 30 บัตร มีเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท แต่ละบัตรให้ผ่อนชำระขั้นต่ำ 2,000 บาท ลูกหนี้ก็ไม่สามารถที่จะผ่อนชำระได้ ดังนั้นต้องแจ้งให้เจ้าหนี้ทุกราย รับรู้ว่า ลูกหนี้มีรายได้มีหลักทรัพย์อะไร และเฉลี่ยแล้วเจ้าหนี้แต่ละรายได้เท่าไร
“โดยหลักการแล้วถ้าลูกหนี้มีเงินเดือน 1 หมื่นบาท จะมีความสามารถการชำระหนี้ได้ประมาณ 45% ส่วนที่เหลือ 55% จะเป็นเงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และหากเจ้าหนี้ต่างคนต่างฟ้องร้องให้ลูกหนี้ล้มละลาย เจ้าหนี้แต่ละรายก็อาจจะไม่ได้อะไรและเป็นการตัดอนาคตลูกหนี้อาจจะถูกไล่ออก จากงาน ไม่มีรายได้ และก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา” นางกัลยาณีกล่าว
สำหรับความคืบหน้าโครงการ “ยิ้มรับ..ปรับหนี้ที่อยู่อาศัย” ที่ศูนย์ประสานงานลูกหนี้แห่งชาติ ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อนจากภาระหนี้สินด้านที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นทางออกสำหรับผู้ที่มีปัญหาบ้านกำลังจะถูกยึด ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ถูกฟ้องล้มละลาย ซึ่งให้ลูกหนี้มาจดทะเบียนระหว่างวันที่ 1-30 ธ.ค.2552 มีไม่กี่พันรายจาก ที่ประมาณการว่ามีประชาชนที่มีปัญหาหนี้เงินกู้ซื้อบ้านและอยู่ระหว่างการ ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี 7 หมื่นราย
แนวทางการแก้ไข กทม.อาจ ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนและต้องมีการประชาสัมพันธ์มาก กว่านี้ หรืออาจจะให้ธนาคารออมสินช่วยแนะนำประสานงาน มาต่อที่กทม.

ที่มา :  http://money.impaqmsn.com/content.aspx?id=19866&ch=227

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เปิดลงทะเบียนช่วย ขรก.ไม่ให้ถูกฟ้อง

เปิดลงทะเบียนช่วย ขรก.ไม่ให้ถูกฟ้อง

วันอังคาร ที่ 21 กันยายน 2553 เวลา 13:18 น


ยุติธรรมเปิดลงทะเบียนลูกหนี้ ช่วยเหลือข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจไม่ให้ถูกฟ้องล้มละลาย
เมื่อ วันที่ 21 ก.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม ชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ นำโดย น.ส.อาจิน จุ้งลก เลขานุการชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ ได้ตั้งโต๊ะรับลงทะเบียนลูกหนี้ใน และนอกระบบจากกลุ่มข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม โดย น.ส.อาจิน กล่าวว่า ปัจจุบันมีข้าราชการถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลายเป็นจำนวนมาก สาเหตุหลักของการเป็นหนี้จนกระทั่งศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย เกิดจากการนำตำแหน่งไปค้ำประกันให้ผู้อื่น เมื่อเจ้าหนี้ไม่สามารถทวงหนี้จากผู้กู้ ก็จะมาติดตามทวงหนี้จากผู้ค้ำประกัน ดังนั้น ชมรมจึงพยายามผลักดันให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้ของข้าราชการ และเรียกร้องให้แก้กฎหมาย ไม่ให้ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องพ้นสภาพจากการถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย

น.ส.อาจิน กล่าวต่อว่า ในปีนี้มีแนวโน้มที่ข้าราชการจะถูกฟ้องล้มละลายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงจากการดำเนินคดีทางแพ่งในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งคดีสิ้นสุดมีคำสั่งศาลฎีกาให้เป็นบุคคลล้มละลายในปีนี้ ก่อนหน้านี้ชมรมได้รวบรวมตัวเลขข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ จำนวน 925 ราย จาก 50 เขตในกรุงเทพมหานคร เป็นพนักงาน ขสมก. 622 ราย, การบินไทย 120 ราย, รพ.จุฬาฯ 103 ราย, ครู 30 ราย และส่วนราชการอื่นอีก 50 ราย นำเสนอต่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ล่าสุด ได้เจรจาประนอมหนี้กับสถาบันการเงิน เพื่อโอนหนี้มาผ่อนชำระกับธนาคารออมสินเพียงแห่งเดียว ดังนั้น ชมรมจึงเปิดรับลงทะเบียนผู้ที่เป็นหนี้ทั้งใน และนอกระบบ จากนั้น จะคัดกรองลูกหนี้หากพบว่าเป็นบุคคลล้มละลายโดยทุจริต หรือล้มละลายซ้ำซาก ก็จะไม่ให้ความช่วยเหลือ.

ข้อมูลอ้างอิง : เดลินิวส์ออนไลน์

ห่วงข้าราชการถูกฟ้องล้ม

ยธ.ห่วงขรก.ถูกฟ้องล้มละลาย


กรมบังคับคดีห่วงข้าราชการถูกฟ้องล้มละลายเกลื่อนเมือง บริษัททวงหนี้เตะถ่วงไม่เจรจาจนดอกเบี้ยท่วมหัว
นางชูจิรา กองแก้ว อธิบดีกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับการร้องเรียนจากลูกหนี้จำนวนมากที่ถูกคำพิพากษาศาลให้บังคับใช้ หนี้ แต่เจ้าหนี้กลับเพิกเฉยไม่ยอมติดต่อด้วย เพราะถือว่ามีอำนาจการต่อรองจึงไม่ยอมจะเจรจาด้วยและต้องการเรียกหนี้ เต็มจำนวน เนื่องจากหนี้หลังจากศาลมีคำพิพากษายังสามารถที่จะคิดดอกเบี้ยได้ จึงประวิงเวลาที่จะดำเนินการส่งเรื่องให้กรมบังคับคดี ทำให้ข้าราชการพนักงานรัฐวิสาหกิจมีปัญหาเพราะอาจต้องพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ของรัฐ
ทั้งนี้ เบื้องต้นกรมบังคับคดีได้สำรวจพบว่ามีคดีที่ศาลมีคำพิพากษา แต่ยังไม่มีการบังคับคดี 8 แสนคดี ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงิน เช่น หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และมีเจ้าหนี้เป็นบุคคล 50% ซึ่งคิดเป็นมูลหนี้รวม 1 ล้านล้านบาท โดยอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ ลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยเจ้าหนี้ได้มีการว่าจ้างบริษัททวงหนี้ และส่วนใหญ่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินจะขายหนี้ให้กับบริษัทติดตามทวง หนี้ไปจัดการ โดยบริษัททวงหนี้จะนำคำพิพากษาของศาลไปเพื่อที่จะข่มขู่ลูกหนี้ที่เป็นข้า ราชการว่า หากไม่ชำระหนี้จะถูกฟ้องล้มละลายและจะต้องถูกออกจากราชการ และไม่ยอมที่จะเจรจาปรับโครงสร้างหนี้หรือลดหนี้ให้ โดยหวังจะเรียกเก็บหนี้เต็มจำนวนพร้อมบวกค่าใช้จ่ายต่างๆ
ขณะที่ลูกหนี้บางรายมียอดหนี้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และยืดเยื้อที่จะให้ยอดหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และฟ้องที่จะบังคับคดีที่จะยึดทรัพย์ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องอันตรายต่อข้า ราชการ
ทั้งนี้ เจ้าหนี้จะมาเร่งในช่วง 5 ปี เพราะหลังจาก 5 ปีแล้วจะไม่สามารถที่จะคิดดอกเบี้ยได้อีก หรือจะให้ยอดหนี้ถึง 1 ล้านบาท ถึงจะยื่นฟ้องล้มละลายได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แนวทาง กรมบังคับคดีและกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม หารือแนวทางการช่วยเหลือกล่มลูกหนี้ดังกล่าว โดยจะจัดโครงการไกล่เกลี่ยหลังจากศาลมีคำพิพากษาและเปิดช่องทางให้ลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวเข้าไปร้องเรียนที่กรมบังคับคดีและกรมคุ้มครอง สิทธิ ซึ่งสามารถที่จะเจรจาขอปรับลดมูลหนี้ได้ตามความสามารถของลูกหนี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม กลุ่มชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ ได้ตั้งโต๊ะรับลงทะเบียนกลุ่มข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลายจำนวนมาก สาเหตุเพราะเข้าไปค้ำประกันให้ผู้อื่น เมื่อเจ้าหนี้ไม่สามารถทวงหนี้จากผู้กู้ได้ก็ติดตามทวงจากผู้ค้ำประกัน จึงต้องการผลักดันให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้ของข้าราชการและเรียกร้องให้แก้ กฎหมาย ไม่ให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องพ้นสภาพ เพราะถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย
ข้อมูลของชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ พบว่า มีข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ 925 คน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ถูกฟ้องล้มละลายล่าสุดได้เจรจาประนอมหนี้กับสถาบันการเงินเพื่อโอนหนี้มา ผ่อนชำระกับธนาคารออมสิน
นางชูจิรากล่าวว่า ขณะนี้กรมบังคับคดีได้ชะลอการขายทอดตลาด เนื่องจากถูกร้องเรียนว่าการกำหนดการประมูลขายทอดตลาดครั้งแรก 80% และครั้งที่สอง 50% ของราคาประเมินทำให้มีปัญหาลูกหนี้เสียเปรียบถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาดในราคา ถูก ทำให้ไม่สามารถที่จะชำระหนี้ได้หมดและทำให้มีภาระหนี้อีก ดังนั้นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ต้องการปรับปรุงการประมูลใหม่โดยให้มีการขายทอดตลาดตามราคาประเมินที่แท้ จริง

ข้อมูลอ้างอิง : Post Today
ขอขอบคุณ โพสทูเดย์
ศูนย์ประสานลูกหนี้ ปลุกระดมลูกหนี้ปรส.-บสท. ร่วมกับฟ้องคดีมหาชนทวงสิทธิลูกหนี้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Consumerthai   
วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2009 เวลา 10:05
นางกัลยาณี รุทระกาญจน์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานลูกหนี้แห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เพื่อร้องเรียนการดำเนินงานบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) เรื่องความโปร่งใสในการฟ้องล้มละลายลูกหนี้ โดยมีการยึดทรัพย์สินไปโดยไม่ชอบ และขัดกับคำพิพากษาของศาลแพ่งที่ให้ขายทอดตลาดสินทรัพย์ แต่บสท. กลับยึดไปขายเอง ทำให้ราคาสินทรัพย์ต่ำไม่คุ้มมูลหนี้ ทำให้นอกจากลูกหนี้ถูกยึดทรัพย์ และต้องชำระหนี้เพิ่มเติม ยังรวมถึงถูกฟ้องล้มละลายด้วย

ขณะเดียวกันได้เตรียมการเชิญชวน ลูกหนี้ที่ถูกฟ้องล้มละลายอย่างไม่เป็น ธรรมมารวมตัว เพื่อที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีมหาชนและคดีแพ่งกับบสท. และนายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ อดีตกรรมการผู้จัดการบสท.

“มีกรณีตัวอย่างคดีที่ ลูกหนี้ฟ้องชนะบสท. มาแล้ว จากจำนวนลูกหนี้ ที่โอนจากธนาคารมาให้บสท. 1.5 หมื่นราย แต่บสท. ส่งฟ้องล้มละลาย 8,000-9,000 ราย ซึ่งถือว่าการทำงานของบสท.ล้มเหลว ทั้งที่การ จัดตั้งบสท. เพื่อจะช่วยให้ลูกหนี้ ฟื้นตัวได้จากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เป็นการซ้ำเติมลูกหนี้” นางกัลยาณี กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มลูกหนี้ขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ที่ถูกขายให้กองทุนต่างชาติไปแล้ว ที่ถูกยึดทรัพย์ไปแล้ว หรือกำลังถูกฟ้องล้มละลาย หรือถูกศาลมีคำสั่งล้มละลายไปแล้ว มาลงชื่อเพื่อรวมตัวกันเพื่อที่จะทวงสิทธิคืนจำนวนมาก โดยศูนย์ จะรวบรวมข้อมูลเอกสารหลักฐานเพื่อรวมกันดำเนินการฟ้องคดีมหาชน ทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อกองทุนต่างชาติ และบสท. เพื่อเรียกทรัพย์และสิทธิคืน
รวมทั้งรวบรวมรายชื่อเสนอรัฐบาล เพื่อขอให้เจ้าหนี้ระงับการบังคับคดีฟ้องล้มละลาย จนกว่าคดีอาญาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ฟ้องกองทุนต่างชาติจะดำเนินการเสร็จสิ้น และขอให้รัฐบาลอายัดทรัพย์ของกองทุนต่างชาติ ที่ได้ประมูลซื้อสินทรัพย์ 56 ไฟแนนซ์ที่ปิดกิจการไปจากปรส. เป็นการป้องกันเอาเงินออกนอกประเทศ

ข้อมูลอ้างอิง : เขียนโดย Consumerthai   
วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2009 เวลา 10:05
ชมรมหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

แนะลูกหนี้หยุดจ่ายรอศาลชี้ขาด เตือนระวังเจรจาประนอมหนี้

แนะลูกหนี้หยุดจ่ายรอศาลชี้ขาด เตือนระวังเจรจาประนอมหนี้




เมื่อวานนี้ (30 ก.ย.)นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าว ว่า เนื่องจากในปัจจุบันได้มีลูกหนี้ที่มีปัญหาได้โทรศัพท์มาสอบถาม เพื่อขอความช่วยเหลือถึง 100 สายต่อวัน โดยมีความเดือดร้อนที่ต่างกัน จากลูกหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดประมาณ 11.2 ล้านบัตร หนี้สินเชื่อบุคคลประมาณ 7 ล้านบัญชี แต่ที่สำคัญต้องการแนะนำลูกหนี้ว่า หากมีปัญหาหนี้บัตรเครดิตหลายใบและมีปัญหาการผ่อนชำระ โดยปัญหาค่อนข้างวิกฤติแล้ว หากยังชำระต่อไป ต้องประสบปัญหาต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว ต้องใช้วิธีการหมุนเวียนไปกดเงินจากบัตรเครดิตใบอื่น เพราะยังห่วงเรื่องเครดิตของตัวเอง ถือว่าเป็นแนวทางไม่ถูกต้อง

หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค กล่าวต่อว่า แนวทางที่ดีที่สุดคือ หากปัญหาหนี้ไม่มากนักให้เลือกชำระขั้นวงเงินขั้นต่ำ หากภาระหนี้จำนวนมากแนะนำให้หยุดการชำระนี้ทันที เพื่อรอให้ศาลเป็นผู้พิจารณา ซึ่งจะใช้เวลาอีก 4 - 5 เดือน เพื่อใช้เวลาในช่วงดังกล่าวเก็บเงินเป็นกองทุนเพื่อชำระหนี้บัตรเครดิตต่าง ๆ ภายหลัง โดยลูกหนี้ที่หยุดชำระหนี้ ระยะเวลาฟ้องร้องที่เจ้าหนี้จะต้องใช้สิทธิในการฟ้องร้อง คือหากเป็นหนี้บัตรเครดิต ระยะเวลา 2 ปี หนี้สินเชื่อบุคคล 5 ปี หนี้ระหว่างบุคคลทั่วไป 10 ปี

ส่วนการยึดทรัพย์นั้น ทรัพย์สินที่เป็นของ เครื่องใช้ในครัวเรือนที่จำเป็นในการดำรงชีวิต มูลค่ารวมกัน 50,000 บาทแรกห้ามเจ้าหนี้ยึด เช่น โต๊ะรับประทานอาหาร เก้าอี้ โทรทัศน์ เครื่องครัว แต่หากเป็น สร้อย แหวน นาฬิกา สามารถยึดได้ ส่วนกรณีลูกหนี้มีเงินเดือนไม่ถึง 10,000 บาทต่อเดือน ห้ามเจ้าหนี้ทำการอายัด แต่ภาระหนี้ไม่ได้หมดไป เพียงแต่ชะลอไว้ก่อน หากลูกหนี้เป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำส่วนราชการ ห้ามเจ้าหนี้อายัดเงินเดือน

นายอิฐบูรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการประนอมหนี้ทางโทรศัพท์กับบริษัทติดตามหนี้นั้น ให้ระมัดระวังโดยเฉพาะการรวมเงินต้น ภาระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมเข้าด้วยกัน โดยบริษัทติดตามหนี้พยายามแนะว่า ภาระดอกเบี้ยจะต่ำกว่าเดิม แต่จะทำให้ภาระเงินต้นสูงกว่าเดิม 2 - 3 เท่าตัว และการทำสัญญาต้องทำกับบริษัทบัตรเครดิตเท่านั้น อย่าทำสัญญากับบริษัทติดตามหนี้ เมื่อมีการปรับโครงสร้างหนี้ เนื่องจากมีหลายกรณีได้ผ่อนชำระ เมื่อตกลงปรับโครงสร้างหนี้แล้ว แต่บริษัทบัตรเครดิตไม่รับทราบ ก็ยังต้องจ่ายเงินชำระหนี้เท่าเดิม


วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

ข่าวอัฟเดท ล่าสุด


เศรษฐกิจ-ธุรกิจ
ข่าวโดย Nation Channel
วันที่ 14 กันยายน 2552

กรณ์สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือช่วยหนี้นอกระบบ
รัฐมนตรีคลัง สั่งศูนย์จัดการหนี้ภาคประชาชนหารือกับ ธ.ออมสิน และ ธ.ก.ส.รีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบ พร้อมขึ้นทะเบียนลูกหนี้ใหม่ หวังแก้ปัญหาให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้
ตั้งโต๊ะลงทะเบียนช่วยคนจนล้างหนี้นอกระบบ//ดึง2แบงก์รัฐเจรจาเจ้าหนี้
เล็งปัดฝุ่นกฎหมายทวงหนี้
โดย สยามรัฐ วัน จันทร์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552 เวลา 23:00:44 น.

" กรณ์ " สั่งปัดฝุ่นบัญชีหนี้นอกระบบใหม่ เตรียมให้ชาวบ้านขึ้นทะเบียนกับแบงก์ออมสิน-ธ.ก.ส. พร้อมเปิดโต๊ะเจรจากับเจ้าหนี้ ส่วนปัญหาหนี้บัตรเครดิต ก.ยุติธรรม อยู่ระหว่างการยกร่าง พ.ร.บ.ควบคุม ขณะที่คลัง เร่งยกร่าง พ.ร.บ.การติดตามทวงหนี้อย่างเป็นธรรม เมื่อวันที่ 14 ก.ย.52 นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้เตรียมจะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้แก่เกษตรกรที่ยังมีหนี้อยู่เป็นจำนวนมาก และภาระหนี้ที่ประชาชนได้เคยขึ้นทะเบียนไว้แล้วก่อนหน้านี้ โดยเห็นว่า ขณะนี้เวลาผ่านมาหลายปีแล้วอาจมีการเปลี่ยนแปลง เพราะข้อมูลหนี้นอกระบบที่มีอยู่ยังต้องแก้ไขมีอยู่ประมาณ 100,000 คน คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 6,000 ล้านบาท ดังนั้น รัฐบาลจึงเตรียมให้ประชาชนที่มีภาระหนี้มาขึ้นทะเบียนเพื่อเก็บข้อมูลให้ทัน เหตุการณ์ในเร็วๆ

ต่อสู้อย่างไร จึงชนะ พี่เค๊าเล่าเรื่อง

  • เหยื่อฟองสบู่แตก ปี 2540 - เรื่องนี้เป็นเรื่องของหลานชาย ค่ะ แต่ก็เกี่ยวกับเราเต็มๆได้เริ่มกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ก่อนหน้าแบงค์ชาติประกาศ งดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ไม่กี่วัน ไม่มีใครร...
    17 ปีที่ผ่านมา